ฟูนัน ทุกอักขระความมันและความบันเทิง

กรงรักสีดำ

ผู้แต่ง / แปล : ฟินนิกซ์

หมวด : นิยายโรมานซ์ / ซึ้งกินใจ

บทที่ 3 : ตอนที่ 3

บทที่  3 อุณหภูมิรัก

 

            ไอรดากำลังหัวเสียกับเกาะส่วนตัวที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางทะเล มองไปทางไหนก็มีแต่ท้องฟ้ากับทะเล

ผู้คนบนเกาะก็มีเพียงราวห้าสิบกว่าครัวเรือน หรือประชากรราวสองสามร้อยคนเท่านั้น จะเดินไปไหนก็มีแต่ต้นมะพร้าวและชาวเกาะ

“อาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ”แม่บ้านประจำบ้านพักตากอากาศของตระกูลฐานิษกูลกล่าว

“ขอบคุณค่ะ”ไอรดายิ้มให้ผู้สูงวัยกว่านิดหนึ่งก่อนจะเดินตามไป

            เธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะต้องรอดพ้นไปจากเกาะนี้ จะไม่ยอมเอาชีวิตให้มาตายเปล่าที่นี่แน่นอน เพราะฉะนั้นเธอต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

 

“ป้าจ๊ะ ปกติคนบนเกาะนี้อยู่กันยังไง”ไอรดาพยายามหาหนทางที่จะออกไปจากเกาะ

“ก็ทำการประมง แล้วก็ทำผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวขายค่ะ”ป้าแม่บ้านบอกพร้อมทั้งตักข้าวต้มให้ไอรดา

 

“แล้วขายกันยังไงเหรอจ๊ะ จะมีพ่อค้าคนกลางมาซื้อ หรือว่าเอาไปขายกันเอง”เธอถามอย่างแยบยล โดยป้าแม่บ้านไม่มีโอกาสล่วงรู้ว่านั่นคือวิธีการหาทางไปจากที่นี่

“ไม่ใช่ทั้งสองนั่นหล่ะค่ะ โรงงานคั้นน้ำกะทิบนเกาะเอย เรือประมงที่ใช้จับปลาเอย รังนกนางแอ่นบนเกาะเอย เกาะนี้ทั้งเกาะ รวมถึงทุกคนที่นี่เป็นคนงานของตระกูลฐานิษกูล เพราะฉะนั้นจะมีเรือมารับสินค้าไปบริษัทในตัวเมือง นอกจากเรือของบริษัทหรือเรือส่วนตัวของคนตระกูลฐานิษกูลแล้ว ที่นี่ไม่ได้รับอนุญาตให้เรืออื่นเข้ามาค่ะ”

“เหรอจ๊ะ”ไอรดาเริ่มรู้สึกถึงความยากลำบากที่จะออกไป

 

“ป้าจะไปทำอะไรก็ตามสบายเถอะ ฉันอยู่ได้”เธอบอกก่อนจะจัดการตักข้าวต้มใส่ปาก ส่วนสมองก็ครุ่นคิดไปต่างๆ นาๆ

“มันต้องมีสักทางสิ”ไอรดาพยายามใช้สมองอย่างหนัก

 

*­­­­­__________________________________________*

 

            ไอรดาใช้เวลาทั้งวันไปกับการสำรวจเกาะ ซึ่งทำให้รู้อะไรมากขึ้น บางทีเธอควรขอบคุณคนที่พามาให้มากๆ

            ต้นน้ำเดินลงมาข้างล่างในช่วงตอนบ่าย เนื่องจากหลับเพิ่งตื่น ตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงกลางดึกของเมื่อวานเขาต้องใช้เวลาไปกับการขับรถ จึงรู้สึกเหนื่อยจนหลับยาว

ตอนแรกเป็นห่วงว่าไอรดาจะอาละวาดจนเกาะแตกเสียแล้ว แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด ..เธอดูจะไม่รู้สึกเดือดร้อนกับการต้องติดเกาะแม้แต่น้อย

 

“ไง ชีวิตชาวเกาะพอจะทำให้คุณซึมซับวิถีชีวิตแบบชาวบ้านได้บ้างไหม หรือว่าอย่างคุณนี่มันอยู่ค้างฟ้าซะจนเหยียบดินไม่ได้”ต้นน้ำถาม

“...”เธอไม่ตอบแต่กลับเดินหนีเขาไป

“ผมรู้หรอกว่าคนอย่างคุณอยู่ที่ที่ไร้แสงสีเสียงแบบนี้ได้ไม่นานนักหรอก”

“พูดจบหรือยัง สรุปที่มานี่จะพูดอะไรกันแน่ เอาแบบสั้นๆ ได้ใจความ ฉันขี้เกียจฟังคุณพล่าม”ไอรดามองหน้าเขาตรงๆ

“โอเค ..เอาแบบสั้นๆ ใช่ไหม”เขาถามราวกับถามตัวเอง

“มาตามคุณกลับ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปส่งบ้าน”

            คำตอบนั้นทำให้ไอรดาหันมามองด้วยความสงสัย เธอนึกว่าจะโดนกักตัวไว้นานกว่านี้เสียอีก

“งั้นก็ไปสิ”ไอรดากล่าว

            การวางตัวแบบนี้ทำให้ต้นน้ำรู้สึกเหมือนเธอเป็นผู้หญิงที่สูงศักดิ์ หากไม่เคยเห็นฤทธิ์ตอนงานแต่งของต้นข้าวกับวาคิม เขาจะคิดว่าเป็นนางเอกในละครเลยทีเดียว

 

“ขอบอกอะไรให้นะ ต่อให้คุณอยากจะขัดขวางสองคนนั่นก็คงยากแล้วหล่ะ เพราะยังไงๆ ข้าวสารก็กลายเป็นข้าวสุกเรียบร้อย คุณแยกพวกเขาออกจากกันไม่ได้แล้ว”ต้นน้ำพูด

“ฉันไม่สนใจข้าวสารข้าวสุกบ้าบออะไรของคุณหรอก แต่ที่ฉันพยายามจะบอกก็คือ พวกคุณนั่นแหละกำลังจะสุก”

“คุณหมายถึงอะไร ช่วยเคลียร์หน่อยได้ไหม”ต้นน้ำถาม

            ไอรดาหยุดเดินแล้วหันกลับมา ทำราวจะบอกอะไรบางอย่าง

“ฉันกำลัง ..”ไอรดานิ่งคิด ยับยั้งถ้อยคำที่จะพูด

“ช่างมันเถอะ”เธอหันกลับแล้วเดินต่อ และนั่นยิ่งทำให้ต้นน้ำมีความสงสัยเพิ่มมากขึ้น

“เดี๋ยวก่อนคุณ คุยกันให้รู้เรื่องสิ”เขาพยายามค้นหาความจริงในสิ่งที่เธอลังเลที่จะบอก

“คุณอยากจะบอกอะไรผมใช่ไหม”ต้นน้ำถาม ส่วนไอรดาก็ได้แต่เดินจ้ำอ้าว ไม่รอ

“ไอ้ที่คุณบอกว่าคุณกำลัง ...แล้วก็เงียบไปนี่มันหมายความว่าไง”เขารีบก้าวเดินตามไปติดๆ และพยายามซักหาความจริง

“อย่าบอกว่าคุณกำลัง ..เอ่อ ..”ต้นน้ำเริ่มไม่แน่ใจว่าจะพูดดีหรือไม่ เพราะบางทีมันอาจกระทบกระเทือนจิตใจเธอ

“คุณกำลังท้อง ..ใช่ไหม”คำถามนั้นทำให้ไอรดาต้องหยุดเดินอย่างกะทันหัน ต้นน้ำเองก็หยุดแทบไม่ทัน ทำให้เดินไปชนเธอเข้า

 

“คุณนี่มันนอกจากจะไม่รู้อะไร ..แล้วยังซุ่มซ่ามซะจริง”ไอรดารู้สึกหงุดหงิดที่ต้องมาเสวนากับผู้ชายแบบเขา

“คุณนี่มัน ..”ต้นน้ำพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเมื่อโดนอีกฝ่ายต่อว่า

“ฉันไม่ได้ท้อง แล้วก็เลิกมองฉันในแง่ร้ายซะที”

“พูดยังกับคุณมีแง่ดีๆ ให้มองงั้นล่ะ”ต้นน้ำยังไม่เลิกตอแย

            ไอรดาเห็นว่าการเถียงกับเขามีแต่ทำให้เสียสุขภาพจิต เธอจึงเงียบ เลี่ยงที่จะต่อปากต่อกรด้วย

 

*­­­­­__________________________________________*

 

            เมื่อส่งไอรดาถึงบ้านแล้ว ต้นน้ำก็แวะเข้าไปบริษัท และเหนือความคาดหมายใดๆ นั่นคือ ..ไอรดาอยู่ในห้องทำงานของวาคิม

            ทั้งๆ ที่เขาเพิ่งไปส่งเธอถึงบ้านเมื่อครู่นี้ แต่เธอเร็วกว่าเขา

“โห ไม่อยากจะเชื่อเลย ผู้หญิงสมัยนี้”ต้นน้ำส่ายหน้า

“พี่ว่าเอาไว้คุยกันทีหลังแล้วกัน”วาคิมพยายามเลี่ยงการมีปากเสียงกับเธอ

“เราจะคุยกันที่นี่หรือจะไปคุยกันที่อื่น”ไอรดายื่นข้อเสนอ

“ไอร์ ..”วาคิมเสียงเขียว

“เราต้องคุยกัน”เธอยืนกรานคำเดิม

            ไม่ทันที่วาคิมจะได้ตอบกลับมา เสียงประตูก็ถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของต้นน้ำ ซึ่งแอบฟังการถกเถียงกันของพวกเขา

“อยากคุยมากเหรอ”ต้นน้ำถาม สายตามองไอรดาที่ทำตัวมีปัญหา

“เดี๋ยวพี่จัดแทน”ต้นน้ำพูดจบก็ดึงมือไอรดาออกไปเพื่อสะสางปัญหากับเธอแทนวาคิม

            วาคิมเป็นเพื่อน และพ่วงตำแหน่งน้องเขย ต้นน้ำจึงยื่นมือเข้าช่วยเพื่อเคลียร์ปัญหาของไอรดาให้หมดไป ชีวิตคู่ของน้องสาวเขาจะได้ราบรื่น

 

            วาคิมทำอะไรไม่ได้นอกจากมองทั้งคู่เดินผ่านประตู เขาจึงโทรหาใครบางคน

 “ว่าไง”เสียงปลายสายตอบรับ

“เราต้องเริ่มแผนแล้ว ถ้าไม่อยากให้ไอร์เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้”วาคิมบอกกับคู่สนทนา

“อืม”เสียงปลายสายตอบรับ

 

*­­­­­__________________________________________*

 

ต้นน้ำมองไอรดาซึ่งนั่งอยู่ตรงกันข้าม เขาตักอาหารเข้าปากโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะกินหรือไม่

“ป้าครับ ช่วยตักข้าวต้มให้ผมอีกหน่อย”ต้นน้ำหันมาบอกกับแม่บ้านก่อนจะมองไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามก่อนจะยักคิ้วแบบยียวนให้

            ไอรดาเริ่มหยิบช้อนมาตักข้าวต้ม สายตามองกลับไปยังอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ ขณะที่มือก็ตักข้าวต้มเข้าปาก

ต้นน้ำพยายามเก็บรอยยิ้มเอาไว้เมื่อเห็นเธอยอมกินข้าว ซึ่งมันก็เป็นไปอย่างที่เขาคาดไว้ไม่มีผิด ..ไอรดาไม่โง่พอจะให้ตัวเองทรมาน

 

“ฉันต้องอยู่ที่เกาะนี่อีกนานเท่าไหร่”เธอถาม

“ไม่รู้สิ ยังไม่ได้คิดเรื่องนั้น อาจจะอยู่ไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะคิดได้ว่าผู้ชายบนโลกนี้ไม่ได้มีแค่คนเดียว คุณจะได้ไม่ต้องเอาศักดิ์ศรีตัวเองไปแลกกับคำว่าเมียน้อยไง”

“ในหัวสมองคุณมีแต่เรื่องลามกพวกนี้อย่างเดียวใช่ไหม”ไอรดาสีหน้าไม่พอใจ

“ขอบคุณที่ชม”ต้นน้ำยิ้มรับ

ไอรดาหัวเสียเพิ่มขึ้น จึงลุกจากโต๊ะแล้วเดินออกไป

“นี่คุณ”เขาวางช้อนแล้วเดินออกไปอีกคน

“ฉันต้องกลับไป”ไอรดาเดินไปยังชายทะเล หวังจะมีเรือพาเธอไปจากที่นี่

“คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้”ต้นน้ำบอก

“ฉันต้องคุยกับพี่คิม”เธอยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้ต้นน้ำหัวเสีย เขาไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้เลยจริงๆ ทำไมต้องดื้อรั้นและตอแยกับคนที่มีเจ้าของ

“ผู้หญิงที่ทำตัวไร้ศักดิ์ศรีแบบคุณ รับรองไม่มีผู้ชายคนไหนยกย่องให้เป็นแม่ของลูกหรอก แบบคุณก็เป็นได้แค่ผู้หญิงที่เอาไว้คลายเหงา ..”ต้นน้ำพูดเสียดสี

“เพรี๊ยะ!”ไม่ทันที่ต้นน้ำจะพูดจบฝ่ามือของไอรดาก็ฟาดลงบนใบหน้าเขา และคนอย่างต้นน้ำ มีหรือจะยอมให้ใครมาทำร้ายฟรีๆ

            ต้นน้ำมองกลับด้วยความโกรธ นัยน์ตาดุและเกรี้ยวกราด สองมือตะปบไหล่เธอ แล้วกระชากเข้ามาใกล้ จากนั้นก็ก้มลงประกบริมฝีปากเธออย่างหนักหน่วง ไม่ปราณี ไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บหรือไม่

            ใครที่ทำให้เขาเจ็บย่อมได้รับเพียงความเจ็บเป็นการตอบกลับ เขาไม่เคยยอมเป็นผู้ถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียว

            ไอรดาพยายามดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ ก็เข้าสู่อ้อมกอดเขามากขึ้นเท่านั้น จมูกของเขาระไปทั่วใบหน้าของเธอ

 

“ปล่อย ..”ไอรดาใช้แรงผลัก แต่ก็ไม่สามารถทำให้เขาไกลห่าง

            ต้นน้ำระดมจูบไปทั่วใบหน้า ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังซอกคอของเธอ

“ปล่อยฉัน”ไอรดาดิ้นรนให้พ้นจากอ้อมกอดของเขาที่รัดแน่น

            เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดิ้นไม่หยุด อีกทั้งส่งเสียงร้องจนกลัวว่าจะมีใครได้ยิน ต้นน้ำจึงปิดปากเธอด้วยการประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากเธอ เขาบดริมฝีปากอย่างรุนแรง ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเจ็บหรือไม่

 

            เสียงของไอรดาเงียบลง แต่การดิ้นรนยังไม่หมดสิ้นไป แม้ร่างกายถูกแขนขวาของเขากอดไว้แน่น และศีรษะโดนมือซ้ายของเขาจับท้ายทอยเอาไว้ แต่เธอก็ยังไม่ยอมหมดฤทธิ์ ยังคงเบี่ยงหน้าหนี แต่นั่นเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์ เพราะเหมือนจะเป็นการเปิดโอกาสให้ต้นน้ำก้มลงมาจูบลำคอและเนินอกของเธอ

“ไม่”ไอรดาห้ามเมื่อเขารุกรานเธอเกินไป

 

            ต้นน้ำกลับมาจูบปากไอรดาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนการขัดขืนจะน้อยลง คงเพราะเธอดิ้นจนเหนื่อย แรงต้านทานจึงน้อยลง

            ทั้งเขาและเธอดูเหมือนจะเหนื่อยหอบพอๆ กัน เขาจึงเว้นระยะโดยการถอนจุมพิต สายตามองสบตาเธอ

 

            การได้เห็นเธออยู่ตรงหน้า ทำให้เขาไม่อาจห้ามใจ จึงก้มลงมามอบจูบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นุ่มนวลกว่าที่ผ่านมา และเธอก็ไม่ดิ้นรนเหมือนครั้งก่อน

            อันที่จริง ต้นน้ำแอบหลงรักไอรดา ขณะที่เธอก็แอบหลงรักเขามานานแล้ว แต่ทั้งสองไม่เคยแสดงความรู้สึกเหล่านั้นออกมา ต่างฝ่ายต่างเก็บไว้

            ไอรดารู้ดีว่าเขาเป็นคนที่เธอต้องห้ามใจไม่ให้รัก จึงแสดงออกโดยการเฉยชากับเขา ซึ่งต้นน้ำเองได้แต่เจ็บปวดกับการไม่แยแสของเธอ

 

            ต้นน้ำจูบไอรดาอย่างดูดดื่มตามอารมณ์ความรักและความปรารถนา ซึ่งไอรดาไม่สามารถต่อต้านความรู้สึกที่มีให้เขาเช่นกัน

            เมื่อต้นน้ำถอนริมฝีปาก ไอรดาก็เข่าอ่อน ค่อยๆ ทรุดลงไปนั่งบนพื้นทราย เขาเองก็นั่งลงเพื่อเผชิญหน้ากับเธอ

“เป็นไง ..จูบของผมกับเจ้าคิม แตกต่างกันมากไหม”ต้นน้ำถาม

“เพรี๊ยะ!”เสียงฝ่ามือไอรดาตบลงบนใบหน้าเขาอีกครั้ง และนั่นเองที่ทำให้ต้นน้ำดึงเธอมาจูบอีกครั้งเพื่อเป็นการเอาคืน

            ริมฝีปากของเขาแนบประกบกับริมฝีปากเธอราวกับจะกลายเป็นเนื้อเดียว มือซ้ายรวบมือทั้งสองของไอรดาให้ไขว้ไว้ข้างหลัง ส่วนมือขวาก็จับท้ายทอยเธอไว้ราวกับการบล็อกไม่ให้อีกฝ่ายขัดขืนได้

 

“ยะ ..อย่า”ไอรดาพยายามเบี่ยงหน้าหนี

            ต้นน้ำจูบระลงมาเรื่อยจากคาง เรื่อยมายังลำคอระหง และสุดท้ายก็ซุกหน้าซบลงบนเนินเนื้อบนอกของเธอ

“อะ!”ไอรดารู้สึกเสียวขึ้นมาทันทีที่เขาพยายามกัดยอดอกของเธอทั้งๆ ที่ยังมีเสื้อผ้าสวมใส

            ต้นน้ำค่อยๆ วางไอรดาลงบนผืนทราย ส่วนตัวเองก็คร่อมอยู่เหนือร่างเธอ และเมื่อเห็นสีหน้าที่แสนจะเซ็กซี่ของเธอ เขาก็ยิ่งหลงใหล

“คุณต้น”ไอรดาเรียกชื่อเขา ราวกับตกใจ เมื่อความเป็นชายของเขากำลังดุนดัน ถูไถอยู่กับเนินสวรรค์ของเธอ

 

            ต้นน้ำกลับมาจูบริมฝีปากไอรดาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นุ่มนวล นุ่มลึก และดูดดื่มรัญจวนใจ ชวนให้หลงใหล

ขณะที่สะโพกของเขาขยับขับเคลื่อนอยู่กลางหว่างขาของเธอ โดยที่เสื้อผ้ายังอยู่ แต่มันก็สามารถกระตุ้นอารมณ์ของทั้งสองให้ล่องลอยไปไกล

            ไอรดาค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง เมื่ออารมณ์ความต้องการบางอย่างก่อตัว ชนิดที่เธอไม่สามารถต่อต้านความรู้สึกลึกๆ ที่กำลังเรียกร้องเขา

ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ที่ต้นน้ำเป็นผู้ควบคุม และดูเหมือนเขาจะไม่ได้แค่สนุกกับการที่จะหยอกล้อหรือสั่งสอนเธอเท่านั้น หากแต่ มันกลับทำให้เขารู้สึกมากกว่าที่ตัวเองจะคาดคิด

            ไอรดายังคงหลับตาพริ้ม คล้อยไปกับการจุมพิตที่เขามอบให้ เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่รู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางกองไฟที่ราวกับจะเผากาย ซึ่งเธอยอมพลีกายให้มอดไหม้ไปกับไฟนั้น

            มือของต้นน้ำแกะกระดุมเสื้อของไอรดาออกทีละเม็ด ๆ จนตอนนี้กระดุมเธอหลุดไปสามเม็ดแล้ว มือของเขาสอดเข้ามาสัมผัสกับเนินอกนุ่มนิ่มของเธอ แล้วบีบขยำเบาๆ ขณะที่ปลายนิ้วแตะบนยอดตุ่มของปทุมถัน

 

ต้นน้ำยันตัวขึ้นมา สายตามองใบหน้าเธอที่กำลังคล้อยตาม เขาจึงเปลี่ยนจากจุมพิตริมฝีปาก ค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมา

            และเมื่อเขาไซร้ต่ำลงมาจนถึงเนินอก ไอรดาก็ตั้งสติได้ เธอลืมตาแล้วรีบผลักเขา พร้อมทั้งลุกขึ้นนั่งก่อนจะเบี่ยงตัวออกมาจากการคร่อมของเขา

 

มันราวกับเป็นการเรียกสติของต้นน้ำให้กลับมา เขาได้แต่มองหญิงสาวที่ปากแดงแก้มแดง ผมเฝ้ากระเซิงมีทรายติด ก่อนจะมองต่ำลงมาที่เสื้อเชิ๊ตสีขาวซึ่งกระดุมถูกปลดออกสามเม็ดเพราะฝีมือเขา

ต้นน้ำหันหน้าไปทางอื่น เพื่อให้เธอได้จัดการกับตัวเองให้เรียบร้อย เพราะไม่อยากเห็นภาพยั่วตายั่วใจที่ทำให้เขารู้สึกปั่นป่วน

ไอรดาติดกระดุมมือไม้สั่น จากนั้นก็รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปโดยไม่หันกลับมามองข้างหลังแม้แต่นิดเดียว

            ต้นน้ำพยายามละสายตาจากเธอ แต่ก็ทำไม้ได้ เขาเอามือลูบหน้าตัวเองก่อนจะนอนหงายหลังไปกับชายหาด สายตามองไปยังท้องฟ้าเบื้องบน