ฟูนัน ทุกอักขระความมันและความบันเทิง

กรงรักสีดำ

ผู้แต่ง / แปล : ฟินนิกซ์

หมวด : นิยายโรมานซ์ / ซึ้งกินใจ

บทที่ 2 : ตอนที่ 2

 

บทที่  2 แต่งงาน

 

            พิธีแต่งงานของวาคิมและต้นข้าวถูกจัดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ บรรยากาศภายในงานชื่นมื่นสมดั่งที่เป็นงานมงคล

            หลายคนถามหาญาติเจ้าบ่าว แต่คำตอบที่ได้คือ ..พ่อแม่ของเขาเสียไปเมื่อสิบปีก่อน เช่นนั้นจึงไม่มีใครซักถามอีก ตอนนี้ทุกคนรู้จักเขาในฐานะนักธุรกิจเลือดใหม่ วิธีทำงานทันสมัยและล้ำหน้า จนทำให้บริษัทขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของวงการธุรกิจ

            พิธีแต่งงานซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมได้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย พนักงานดูแลทุกอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และดูเหมือนเจ้าภาพต่างก็พอใจที่งานออกมาราบรื่น

 

            ขณะที่พิธีแต่งงานที่โรงแรมดำเนินไป ยังมีหญิงสาวคนหนึ่งได้เดินไปเดินมาราวหนูติดจั่น ด้วยไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำเช่นไร

            ไอรดามองตัวเองในกระจกเงาที่สะท้อนกลับมาแล้วสังเวชใจ รู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า ไม่สามารถทำอะไรได้

 

“พี่คิม ..ไอร์ยอมให้พี่แต่งงานไม่ได้”ไอรดาพูดกับกระจกที่สะท้อนกลับมาที่ตัวเอง

“งานแต่งงานจะต้องไม่เกิดขึ้น ไอร์ไม่ยอม”ไอรดาอัดอั้นตันใจในสถานะที่ตัวเองเป็น

“พี่บีบคั้นไอร์เอง ..ถ้าพี่ยอมให้ไอร์เสนอทางเลือกบ้าง บางทีไอร์อาจไม่ต้องทำอย่างนี้”

            ไอรดาเดินไปเลือกชุดในตู้ก่อนจะนำเข้าไปในห้องน้ำ แล้วเปลี่ยนออกมา จากนั้นก็แต่งหน้าแต่งตาเพียงนิดหน่อย รวบผมแล้วก็หนีบไว้ แค่นี้ก็เสร็จแล้ว เธอใช้เวลาในการแต่งตัวเร็วมาก ..ด้วยเกรงว่าจะไปไม่ทันพิธี

 

            ตอนนี้ทางโรงแรมกำลังมีการรดน้ำสังข์ ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนของพิธีการที่ตระเตรียมไว้ ครอบครัวฐานิษกูลทุกคนต่างยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับแขกเหรื่อ

วันนี้เป็นวันพิเศษของต้นข้าว สมาชิกทุกคนในบ้านจึงมาพร้อมหน้าพร้อมตา รวมทั้งต้นกล้า ..ลูกชายคนรองของตระกูลฐานิษกูลที่บินกลับมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

 

“สวัสดีครับ เชิญข้างในก่อนครับ”ต้นกล้าและต้นน้ำเชิญแขก

“ว่าไงต้นกล้า กลับมาเมื่อไหร่ลูก”คุณหญิงคุณนายเพื่อนๆ ของผู้เป็นมารดาถามไถ่

“มาถึงเมื่ออาทิตย์ก่อนครับ”ต้นกล้าบอก

“แล้วจะกลับไปอีกไหม หรือจะกลับมาอยู่เมืองไทยเหมือนพี่ต้น”

“ไม่ครับ ผมคงอยู่ที่โน่นเลย ทางนี้ให้พี่ต้นเขาจัดการไป”ต้นกล้ากล่าว

“ออ จ้ะ”คุณหญิงคุณนายต่างพากันเล็งบุตรชายทั้งสองของตระกูลฐานิษกูล เพื่อจะได้แนะนำกับลูกหลานของตน

 

“เชิญคุณหญิงข้างในก่อนดีกว่าครับ”ต้นกล้าเดินไปกับกลุ่มบรรดาเพื่อนๆ ของมารดา

            ทางด้านไอรดากำลังหงุดหงิดกับสถานการณ์รถติด เธอมองนาฬิกาข้อมือครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความร้อนใจ และภาวนาให้ไปทันที่จะล้มงานแต่งครั้งนี้

“พระเจ้า!”ไอรดาบีบแตรเพื่อระบายอารมณ์

“อย่าติดนักเลย ขอร้องล่ะ”เธอบ่นพึมพำก่อนจะลองโทรเข้ามือถือของวาคิม แต่พบว่ามีเพียงการรับฝากข้อความ เขาปิดเครื่อง

“บ้าจริง”เธอสบถ

 

            บรรยากาศในโรงแรมเป็นไปตามปกติ ทุกคนต่างยิ้มแย้มเบิกบาน มีความสุข แต่อยู่ๆ ต้นน้ำก็รู้สึกตากระตุก

“เป็นไรเนี่ย กระตุกอยู่ได้”เขาถามตัวเอง

 

“พี่ต้นเป็นอะไรหรือเปล่า”ต้นกล้าสงสัย เมื่อเห็นพี่ชายขยี้ตาขวาไม่หยุด

“ไม่รู้สิ อยู่ๆ ตาก็กระตุกใหญ่เลย”ต้นน้ำบอก

“โบราณว่าตากระตุกมักจะเป็นเรื่องนะพี่ แต่จะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายนี่ผมก็ไม่รู้นะ”

“นั่นสิ รู้สึกตงิดตงิดใจยังไงไม่รู้”

 

            ตอนนี้รถของไอรดาผ่านไฟเขียวไปแล้ว เธอเหยียบความเร่งสุดขีด เพื่อหวังให้ตัวเองสามารถขัดขวางงานแต่ง

“พี่คิมนะพี่คิม ฉลาดมากจริงๆ”ไอรดาพึมพำกับตัวเอง เท้าก็เหยียบความเร่งเพิ่มขึ้น

“หลอกให้ไอร์ไปช่วยทำงานที่อเมริกา ส่วนตัวเองก็เข้าพิธีแต่งงาน พี่กล้าทำกับไอร์ก่อน เพราะงั้นก็อย่ามาโทษกันทีหลังแล้วกัน”

            เพียงไม่นานไอรดาก็มาถึงโรงแรม เธอกดลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นที่มีการจัดงานแต่งงานของต้นข้าวและวาคิม

 

            ต้นน้ำและต้นกล้ากำลังยืนอยู่ข้างนอกห้องโถง เนื่องด้วยรู้สึกเหนื่อยกับการที่ต้องต้อนรับแขก จึงแอบหลบมาพัก แต่ก่อนจะกลับเข้าไป ต้นกล้าก็หันไปเห็นหญิงสาวผิวขาวหน้าตาดีในชุดสีชมพูอ่อนเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“โห น่ารักดีเนอะ”ต้นกล้าพูดพร้อมพยักหน้าให้พี่ชายหันกลับไปมอง

            เมื่อต้นน้ำหันกลับมาก็เห็นไอรดาที่สวยราวกับนางฟ้า แต่เพียงได้เห็นแววตาของเธอ เขาก็รู้สึกมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องบางอย่าง แต่เรื่องอะไรนั้นยากจะคาดเดา

 

“มิน่าละ ถึงรู้สึกตงิดๆ”สายตาของต้นน้ำมองไปที่ไอรดาอย่างไม่ค่อยไว้วางใจ นั่นเพราะเขาพอจะรู้ว่าไอรดาและวาคิมนั้นสนิทกันมากทีเดียว

“เจอแบบนี้ตงิดดีหรือตงิดร้ายล่ะพี่ รู้สึกจะสวยไม่เบานะ คงเป็นเรื่องดี”ต้นกล้าพูด

“ฉันเริ่มไม่แน่ใจวะ เพราะความสวยงามมันไม่ได้หมายถึงเรื่องดีๆ เสมอไป แบบนี้แหละที่น่ากลัว”พูดจบต้นน้ำก็รีบเดินไปทักไอรดาตามประสาเจ้าภาพที่ดี

“หวัดดีครับ”

“สวัสดีค่ะ”เธอตอบกลับแค่นั้นก่อนจะเดินผ่านประตูเข้าไปในงานเลี้ยง

            ต้นน้ำใจคอไม่ดี และเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาจึงกระตุกตานัก

“หวังว่าคุณเธอคงไม่ถล่มที่นี่เสียหรอกนะ”ต้นน้ำพูด

 

            ทันทีที่เห็นไอรดา วาคิมก็หน้าเจื่อนลง เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเธอกำลังจะทำอะไร สำหรับเขาแล้วไอรดาเป็นคนที่คาดเดาได้ยาก

            วาคิมมองต้นข้าวก่อนหันมามองไอรดา ที่เดินมาหยุดอยู่หน้าแท่นรดน้ำสังข์

“ไอร์ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันแล้วล่ะ”ไอรดากล่าวทันทีที่ยืนอยู่ตรงหน้าคู่บ่าวสาว

“ไอร์”วาคิมเรียกชื่อเธอ

“ใช่ ไอร์เอง คนที่พี่ไม่บอกเลยสักคำว่าจะแต่งงานไง”

“พี่ขอโทษ”เขาพูดเพียงสั้นๆ เท่านั้น และนั่นยิ่งทำให้ไอรดารู้สึกอยากจะตะโกนออกมาดังๆ เพื่อระบายอารมณ์ให้สมแก่ใจ

“พี่คงรู้ว่าถ้าบอกไอร์ งานในวันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น เพราะไอร์จะไม่ยอมให้มันเกิด นอกจากพี่จะฆ่าไอร์ให้ตายไปเท่านั้น”

“ไอร์”วาคิมเสียงเขียว

 

            สายตาของทุกคู่จ้องมองมาที่คู่บ่าวสาว และผู้หญิงอีกคนที่ยืนคัดค้านการแต่งงานอยู่นั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มขึ้น ต่างคนต่างสันนิษฐานกันไปต่างๆ นาๆ

             ต้นข้าวสับสน และไม่ไว้วางใจความสัมพันธ์ระหว่างวาคิมกับไอรดา

“พี่ไอร์”ต้นข้าวมองไอรดาและวาคิมสลับกันไปมาราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง

            ต้นน้ำซึ่งยืนดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น เริ่มรู้สึกถึงความตึงเครียด เขาจึงรีบเข้ามาลากตัวไอรดาออกไป

“ไปกับผม”ต้นน้ำกึ่งลากกึ่งมัดแขกสาวเจ้าปัญหาออกจากบริเวณงาน ด้วยรู้ดีว่าหากปล่อยเธอไว้ มีหวังงานแต่งคงล่ม

“ปล่อยฉัน”ไอรดาทั้งสลัดสะบัด แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นอ้อมแขนของต้นน้ำไปได้

“ผมไม่ปล่อยให้คุณทำลายงานแต่งของน้องสาวผมได้หรอก มานี่เลย”ต้นน้ำลากเธอออกมานอกห้องจัดงาน ซึ่งดูเหมือนผู้คนที่อยู่ในงานจะแตกตื่นกันพอสมควร

 

“คุณมันโง่ ..จะโง่ไปถึงไหนกันเนี่ย”ไอรดาตะโกนใส่ ขณะที่พยายามดิ้นให้หลุด

“มันก็ดีกว่าผู้หญิงฉลาดแต่ไม่มีปัญญาหาสามี จนต้องตามมาราวีทำลายงานแต่งของคนอื่นแบบคุณ”ต้นน้ำเถียงกลับ

“ปล่อยฉัน”เธอพยายามสลัดเขาออกไป พร้อมทั้งตะโกนต่อว่าวาคิม

“พี่คิม พี่ฉลาดจนหาตัวจับยากจริงๆ”

ไอรดาพยายามจะเข้าไปข้างในอีกครั้ง แต่ต้นน้ำไม่ยอม เขาจับมือเธอแล้วลากไปยังลิฟต์เพื่อพาไปจากที่นี่ เพราะหากไอรดายังอยู่ พิธีแต่งงานของต้นข้าวคงล่ม

“อย่างคุณ ..มันต้องเจอกับผม”ต้นน้ำพูด

“ปล่อยสิ”เธอดิ้นรน

 

“ปล่อย!!...”เสียงไอรดาดังก้องเมื่อมาอยู่ในลิฟต์

“หุบปาก หากยังตะโกนอีกมีหวังคุณได้โดนปากผมแน่”เขาขู่

ไอรดามองต้นน้ำอย่างไม่ไว้วางใจ เธอไม่สนิทกับเขามากพอจะรู้ได้ว่าเขาเป็นคนเช่นไร คำพูดนั้นแค่ขู่หรือเขาจริงจัง

ลิฟต์ เลื่อนลงมาชั้นล่างทีละชั้นทีละชั้น ห่างไปจากห้องพิธีมากขึ้นทุกทีๆ

 

*­­­­­__________________________________________*

 

            ต้นข้าวยังตะลึงกับการมาของไอรดาซึ่งพยายามคัดค้านการแต่งงาน เธอจึงไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

แล้วไอรดากับวาคิมมีความสัมพันธ์กันเช่นไร เหตุใดไอรดาจึงกล้ามาคัดค้านพิธีการในครั้งนี้

            พิธีรดน้ำสังข์สิ้นสุดลงก่อนกำหนด เนื่องจากเจ้าสาวยังเสียขวัญกับเหตุการณ์เมื่อครู่จนไม่สามารถนั่งอยู่ตรงนั้นต่อไปได้

            สุรีวรรณและวิศิษฐ์ซึ่งเป็นพ่อแม่ของต้นข้าว ตอนนี้ทั้งสองนั่งอยู่บนโซฟาในห้องที่เปิดจองเอาไว้ สายตามองมาที่วาคิมอย่างต้องการคำตอบ

 

“บอกได้หรือยังว่าเรากับไอรดาเป็นอะไรกัน”สุรีวรรณถาม

“ผมกับไอร์เราเป็นแค่พี่น้องกัน ไม่เคยมีอะไรเกินเลย ผมไม่เคยชอบไอรดาแบบฉันท์ชู้สาวแม้แต่นิดเดียว”วาคิมอธิบาย

“แล้วทำไมไอรดาพยายามคัดค้านงานแต่งของคิมกับยัยข้าวด้วยล่ะ”สุรีวรรณถามต่อ

“ผมไม่ทราบครับ”เขาปด

“แต่ผมเชื่อว่าเขาคงมีเหตุผลของตัวเองที่ดีพอ แล้วผมจะลองถามดู”วาคิมกล่าว

“คิม ..แม่เชื่อใจลูกมาตลอด ถึงได้ยอมยกต้นข้าวให้”

“ครับ ข้อนั้นผมทราบดี”วาคิมพยักหน้า เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย

“เอาเถอะคุณ อย่ารื้อฝอยหาตะเข็บอีกเลย อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป”วิศิษฐ์บอกกับภรรยาก่อนจะหันมามองชายหนุ่มรุ่นลูก

“เรื่องของคิมกับไอรดาพ่อจะไม่ซัก จบกันแล้วก็จบกันไป แต่คิมรับปากได้ไหมว่าต่อไปจะไม่ให้ใคร หรือผู้หญิงคนไหนมาทำให้ยัยข้าวเสียน้ำตาอีก”

“ครับ ผมสัญญา”วาคิมพยักหน้ารับ สีหน้าจริงจัง

“งั้นพ่อกับแม่จะลองให้โอกาส จะลองไว้ใจคิมอีกครั้ง แต่หวังว่าครั้งนี้เราคงไม่ผิดหวังในตัวคิมอีก”วิศิษฐ์ต้องการคำมั่น

“ครับ”เขารับปาก

            วิศิษฐ์พยักหน้าน้อยๆ รู้สึกโล่งอกที่ได้พูดกันไปตรงๆ ไม่ต้องเก็บไว้ให้ค้างคา

“เอาล่ะ เดี๋ยวพ่อจะให้แม่ไปพูดกับยัยข้าว ทุกอย่างจะเรียบร้อย”

“ขอบคุณครับ”วาคิมกล่าวพร้อมยกมือไหว้

 

*­­­­­__________________________________________*

 

            หลังจากสุรีวรรณได้ช่วยพูดกับต้นข้าวให้เข้าใจแล้ว ทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปตามขั้นตอนของพิธีกรรมต่างๆ เวลาได้ผ่านไปจนกระทั่งสิ้นสุดงานเลี้ยง

            ต้นข้าวไม่ยอมไปอยู่เรือนหอที่วาคิมสร้างไว้ จึงกลับมาอยู่ที่บ้านตัวเอง

“ออกไปเลยพี่คิม ..ออกไปเดี๋ยวนี้”ต้นข้าวยัดเยียดหมอนกับผ้าใส่วาคิมก่อนจะดันเขาให้ออกจากห้อง

“ปัง!”เธอปิดประตูก่อนจะเดินไปนั่งบนเตียงด้วยสีหน้าบึ้งตึง

            วาคิมยืนมองประตูก่อนจะส่ายหน้ากับตัวเอง แล้วเดินไปยังห้องของต้นน้ำ

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”วาคิมเคาะประตูห้องของต้นน้ำ

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”ผลออกมาเช่นเดิม ข้างในไม่มีการตอบรับ ราวกับไม่มีใครอยู่

“อ้าวพี่คิม”ต้นกล้าเปิดประตูห้องตัวเองออกมาดู เสียงเคาะประตูของวาคิมดังไปถึงห้องเขาซึ่งอยู่ติดกับห้องของต้นน้ำ

“คืนเข้าหอนะครับพี่ ออกมานอกห้องหอทำไม โบราณเขาถือ คู่บ่าวสาวห้ามออกนอกห้องหอ พี่ไม่รู้เหรอครับ”ต้นกล้าสงสัย

“พี่ก็อยากเข้าอยู่หรอกนะ ถ้าต้นข้าวจะยอม”

“อ้าว!”ต้นกล้างุนงง

“เขาไล่พี่ให้ออกมานอนข้างนอกเนี่ย พี่เลยกะว่าจะมาขออาศัยเจ้าต้นมันนอน”

“รู้สึกว่าพี่ต้นจะยังไม่กลับ ตั้งแต่ออกไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้นก็ยังไม่กลับมาเลย”

“อะไรนะ”วาคิมตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น “พวกเขาไปไหนกัน”

“ตอนโทรไป เห็นพี่ต้นบอกว่าจะพาผู้หญิงคนนั้นไปปล่อยเกาะ แต่ก็ไม่รู้ว่าพูดเล่นหรือพูดจริง”ต้นกล้าอธิบายก่อนจะยื่นทางเลือกให้วาคิม

“พี่มานอนห้องผมก็ได้ เชิญเลย”

“อืม คงต้องอย่างนั้นแล้วล่ะ”วาคิมพยักหน้าก่อนจะหอบผ้าหอบหมอนเข้าไปในห้องของต้นกล้า ..ลูกชายคนรองแห่งบ้านฐานิษกูล